วิเคราะห์ดวงทักษิณ : ทักษิณ ผู้จะพลิกแผ่นดิน?

มิติอมตะ โดย พรานดาว และพ.ประกาศิต

ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร "ผู้จะพลิกแผ่นดิน"
วิเคราะห์ ดวงอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตามระบบนิรายนะวิธี (Fixed Zodiac) ตามแนวทางของท่านปรมาจารย์ พ.อ.อ.บุญช่วย ชุ่มเชิงรักษ์ ได้วางแนวทางไว้
-ฯพณฯ ทักษิณ ชินวัตร “ผู้จะพลิกแผ่นดิน”
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สูติกาล 26 กรกฎาคม 2492
ตรงกับวันอังคาร ขึ้น 1 ค่ำเดือน 9 ปีฉลู จศ.1311 ค.ศ.1949
ราศีจักร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ทักษิณ ชินวัตร     ตามที่ท่านสมาชิกวารสารดวงประกาศิต ได้เขียนจดหมายต่อเนื่องมานานหลายฉบับ ตั้งแต่วารสารออกใหม่ๆ จนถึงปัจจุบัน ต้องการให้ทางวารสารฯ วิเคราะห์ดวงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากปัจจุบันนับเป็นโอกาสเหมาะที่จะนำดวงดังกล่าวมาวิเคราะห์ในระบบโหราศาสตร์ชั้นสูงให้แพร่กระจายแบบกะเทาะเปลือกให้เห็นเมล็ดชั้นใน
     ตามการวิเคราะห์ดวงของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร มีการกล่าวอ้าง มีการวิเคราะห์จากหมอดูและโหรหลายสำนัก และมีข้อสงสัยต่างๆ นาๆ ว่า ทักษิณดวงแตก แต่ทำไมจึงเป็นนายกฯ ดาวการเงิน ดาวศุกร์ของทักษิณวินาศทำไมจึงรวยเป็นมหาเศรษฐี ดาวอาทิตย์หรือดาวยศศักดิ์อยู่เรือนกาลีเหตุใดจึงได้เป็นนายกฯ ดาวพฤหัสเป็นนิจ(ต่ำต้อยถอยชะตา) แต่ทำไมจึงเรียนเก่งได้เป็นที่หนึ่งของรุ่นและจบปริญญาเอกด้วย ดาวการเมืองเสีย (ดาวเสาร์วินาศ) แต่ทำไมเป็นนักการเมืองที่คนทั่วโลกรู้จัก หมอดู พระหมอดู และโหรหลายสำนักพยากรณ์ว่า ทักษิณ จะกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก... จริงหรือ?!

วิเคราะห์ ดวง ทักษิณ ชินวัตร
การวิเคราะห์ดวงชะตาผู้เขียนจะวิเคราะห์ในเรื่องต่อไปนี้
1.พื้นดวงชะตา เพื่อพิจารณาดูถึงความเด่น ความด้อยของดวงชะตา
2.พิจารณาจุดสูงสุดของดวงชะตาว่าจะเกิดขึ้นในช่วงใดของชีวิต
3.พิจารณาช่วงตกหรือจุดตกต่ำของดวงชะตาว่าเกิดขึ้นในช่วงใดของชีวิต
4.พยากรณ์เรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคตว่าจะเป็นอย่างไร?
-ลัคนาสถิตราศีกันย์ (ธาตุดิน) เกาะนวางค์ ๔ ตติยตรียางค์ ๖
เสวยจิตรา นักษัตรฤกษ์ที่ 14 ประกอบด้วยเทศาตรีแห่งฤกษ
อศ รศ ลด ฟด นว. ตย. นักกษัตร (ฤกษ์)
ลัคนา 28
กย
55 42 จตรา. (เทศาตรี)
อาทิตย์ 09
กฎ
45
20

ปุษยะ (ราชา)
จันทร์
15
กฎ 24
47


ปุษยะ (ราชา)
อังคาร 08 มถ 52 28 อารทรา (เทวี)
พุธ 09 กฏ 01 26 ปุษยะ (ราชา)
พฤหัส 03 มก 20 47พ อุตราษาฒ.(โจโร)
ศุกร์ 06 สห 21 30 มาฆะ (ทลิทโท)
เสาร์ 11 สห 46 14 ๕พค. มาฆะ (ทลิทโท)
ราหู 27 มน 22 02 เรวดี (สมโณ)
เกตุ 13 พภ 44 00 ๔พค. โรหิณี (ภูมิปาโล)
มฤตยู 09 มถ 32 25 อารทรา (เทวี)
เนปจูน 19 กย 31 31 หัสตะ (ภูมิปาโล)
พลูโต 22 กฏ 37 06 ๕พส.
อาศเลษา (สมโณ)
10 ดวงประกาศิต
1. พื้นดวงชะตา
1.1 พื้นดวงชะตาในส่วนดี
     ทักษิณฯ ถือเป็นคนวันอังคาร มีดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นศรี และได้ตำแหน่งราชเกณฑ์หรือเรียกว่าปัญจะมหาบุรุษโยค ดาวพฤหัสยังเพ็ญบนท้องฟ้าในตำแหน่งจรราศีที่ราศีมังกร ในอาณาเขตโจโรแห่งฤกษ์ ทำให้มีความคิดรวดเร็วและฉลาดเนื่องจากดาวพฤหัสในนวางค์จักรเกาะราศีกุมภ์ธาตุลมทำให้มีความคิดรวดเร็วในเชิงรุก เพราะดาวพฤหัสนี้โคจรใกล้โลกมีพลังสูง
    ดาวอาทิตย์(๑) เป็นดาวมนตรี ตามทักษาสถิตราศีกรกฎ ในอาณาเขตราชาแห่งฤกษ์ในตำแหน่งมหาจักร ทำให้เป็นคนคิดการใหญ่ นอกจากนั้นดาวอาทิตย์ยังกุมดาวพุธ(๔) ตนุลัคน์ ทับกันสนิทองศา สนิทนวางค์ทำให้ดาวพุธดับบนท้องฟ้า โดยดาวพุธโคจรเร่งรีบเข้าไปหาดวงอาทิตย์ทำให้ตัวเอง(ดาวพุธ) ดับสนิท
     ดาวจันทร์(๒) เป็นกาลีวันเกิดตามทักษาได้ตำแหน่งเกษตรในอาณาเขตราชาแห่งฤกษ์และดับบนท้องฟ้า
ทำให้ความร้ายของดาวจันทร์กลับเป็นดี เรียกว่าเรือนเสียดาวไม่เสีย และยังได้ตำแหน่ง จันทร์-คุรุ-สุริยา (เทียม) แต่เมื่อดาวพุธ(๔) ได้ตำแหน่งตนุลัคน์และตนุเศษจึงทำให้ดาวจันทร์(๒) เป็นจุดตั้งรับด้วย จึงพูดได้ว่าตำแหน่งจันทร์-คุรุ-สุริยานี้ทำให้มีคุณภาพใกล้มาตรฐาน จันทร์-คุคุ-สุริยา แท้ถึง 80%
     ดาวพุธ(๔) ตนุลัคน์ และดาวอาทิตย์(๑) ในนวางค์จักรไปสถิตราศีกันย์เรือนของดาวพุธ มาตรฐานเป็นเกษตร กุมลัคนาได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์ ดาวคู่นี้ (๑+๔) เป็นดาวคู่วิชาการอีกด้วย
ทักษิณกับชาวบ้าน  พระราหู(๘) เล็งลัคนา (ลั) หมอดู และโหรหลายคนบอกว่าดวงแตก(ไม่ดี) แต่ความจริงมิได้เป็นเช่นนั้นเพราะราหูเป็นมูละตามทักษา(ทรัพย์สินคงคลัง หรือทรัพย์สินดั้งเดิม และอนาคต) สถิตราศีมีน ในเรือนของดาวศรี (ดาวพฤหัสบดี-๕) และเป็นวรโคตมนวางค์จึงมีความมั่นคงเนื่องจากเป็นตำแหน่งเกณฑ์ราศีนระของลัคนา (ลั) ที่สถิตราศีกันย์ซึ่งลัคนาก็เป็นวรโคตมนวางค์ด้วยจึงทำให้ดวงนี้ไม่แตก แม้ราหู (๘) เล็งลัคนาก็ตาม
      ดาวศุกร์(๖) เป็นเจ้าเรือนการเงิน ที่ราศีตุลย์ไปสถิตราศีสิงห์เรือนวินาศแห่งลัคนาเข้ากฎภินทุบาทว์หรือดวงแตกยังกุมดาวเสาร์(๗) คู่ศัตรูถือว่าเบียนกันอย่างรุนแรง แต่เรื่องจริงมิใช่เช่นนั้นดาวเสาร์ที่เห็นด้วยสายตาว่าเบียนนั้นไม่มีพิษสงอะไรเลยเพราะดาวเสาร์นี้อยู่ในตำแหน่งปรเกษตรทั้งราศีจักร และนวางค์จักรประเด็นสำคัญ ดาวศุกร์(๖) กลับเป็นเกษตรที่ดวงนวางค์จักรที่ราศีพฤษภ กุมพระเกตุ(๙) จึงช่วยให้เจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทอง
ทักษิณ และครอบครัว
แต่ประเด็นสำคัญ ข้อวิเคราะห์ข้างต้นยังไม่สมบูรณ์เพราะถึงอย่างไร ดาวศุกร์ก็ยังอยู่ในเรือนวินาศจะร่ำรวยก็ไม่น่าจะมีเป็นหมื่นล้านหรือแสนล้าน แท้ที่จริงมีสูตรความลับของโบราณจารย์ คือดาวตนุลัคน์และตนุเศษ สถิตเรือนหรือราศีไหนก็ตามจะต้องพิจารณาถึงเรือนกดุมภะ(การเงิน) ดังตัวอย่างดวงชะตานี้ กดุมภะของตนุเศษ คือดาวอาทิตย์(๑) และดาวตนุเศษดังกล่าวยังเป็นตนุลัคน์ด้วย ทั้งหมดต่างสถิตเขตราชาฤกษ์ในดาวปุษยะ(ได้มาอย่างนุ่มนวล) เพียงเท่านี้ยังไม่พอ ดาวศุกร์(๖) ยังสถิตเป็นศูนย์พาหะแก่ตนุเศษ(ดาวพุธ-๔) และดาวศุกร์ (๖) ใกล้เพ็ญบนท้องฟ้าทำให้มีอานุภาพแรงโดยเฉพาะความหมายของทรัพย์สิน เงินทอง ดาวศุกร์ ซึ่งเป็นการกของโภคทรัพย์ร่วมกับเจ้าเรือนพันธุ(ดาวพฤหัสบดี-๕) นอกจากนั้นในดวงนวางค์จักร ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรี(มั่งมีศรีสุข) ปริวรรตเกษตร 4 ชั้น (๒-๓-๕-๗) ทั้งหมดจึงเป็นดาวอนุเกษตร จึงทำให้เจ้าชะตามีสินทรัพย์และร่ำรวยมหาศาล
     1.2 ข้อด้อยของพื้นดวงชะตา
เนื่องจากเจ้าชะตาเป็นบุคคลสาธารณะ สังคมรับรู้ถึงความร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐี ผู้เขียนขอถอยกลับไปช่วงวัยต้นๆ ของดวงชะตาที่ยังไม่มีทรัพย์สินมากนัก และการประกอบธุรกิจที่ยังให้ผลประกอบการไม่ดีเพราะ
     ลัคนา(ลั) สถิตราศีกันย์ในเขตดาวนักษัตร จิตราซึ่งหมายถึงดาวตาจระเข้โดยนัยยะหมายถึงการกินเหยื่อทั้งตัวเพราะไม่มีลิ้นจึงไม่ได้ลิ้มรสชาติ ขอให้ท้องอิ่มเท่านั้น นักษัตรนี้อยู่ในอาณาเขตเทศาตรีแห่งฤกษ์ซึ่งเป็นภินทฤกษ์หรือฤกษ์แตก(ฤกษ์แพศยา) จึงต้องหากินดิ้นรนทุกทางแต่ด้วยกายภาพจระเข้มีหัวใจ 4 ห้อง ที่ทำงานอิสระได้ทุกห้อง ทำให้ตายยากโดยเฉพาะราศีกันย์เป็นราศีของดาวพุธเจ้าชะตาจึงเรียนรู้วิธีการที่จะพูดให้ได้เงินเก่ง ด้วยอำนาจของดาวพุธที่ดับบนท้องฟ้าจึงทำให้
11 ดวงประกาศิต
ทักษิณพูดก่อนคิดบ่อยๆ เป็นประจำแต่เป็นคนที่ชอบเรียนรู้ทุกอย่างและเข้าใจตัวเองว่ารู้ทุกอย่างหรือเป็นพหูสูตร (แต่ไม่จริง) ในฐานะนักโหราศาสตร์ผู้เขียนเชื่อว่าท่านอดีตนายกฯ คิดจะพลิกโลกมิได้คิดเฉพาะจะพลิกเมืองไทยอย่างเดียว ในที่นี้มิได้มีความหมายว่าดีหรือไม่ดี (แต่ใครจะรู้นอกจากเจ้าชะตา) แต่การกระทำก็ย่อมแสดงออก เช่น ช่วงที่เข้ามารับตำแหน่งรองนายกฯ ยุค พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านเคยพูดว่า “จะแก้ปัญหาจราจรในกทม. ที่มีปัญหาหมักหมมมาทุกสมัยให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน” และเมื่อเร็วๆ นี้ (เมษายน 2552) ท่านกล่าวว่า “ให้เสื้อแดงออกมามากๆ เมื่อได้ยินเสียงปืนแตกจะกลับมาเป็นผู้นำขบวน” เป็นต้น
ทักษิณ กับแขกต่างประเทศ       แต่ด้วยความทระนงของตัวท่านเองที่มีดาวศุกร์(๖) ดาวเสาร์(๗) คู่ศัตรูที่กุมกันจึงเป็นนักหมุนเงินตัวยง เช่นการทำโรงหนัง ฉายหนังเร่ กำกับภาพยนตร์ แลกเช็คเพื่อหมุนเงิน เพราะไม่มีแหล่งเครดิตในช่วงนั้น ซึ่งถือว่าวัยเริ่มต้นของการทำงานเจ้าชะตาเป็นนักต่อสู้ตัวยง นี้เป็นเพียงตัวอย่างสั้นๆ ที่พอจะเขียนมาให้อ่านกันได้
     2. ขั้นสูงสุดของดวงชะตา
    2.1 บารมีของดวงชะตาจะเป็นตัวกำหนดระดับความสูงต่ำ ถ้าให้ง่ายกำหนดเป็นร้อยละจะดูง่าย เช่น ตัวอย่างของดวงชะตานี้ บารมีของดวงชะตาอยู่ที่อำนาจจันทร์-คุรุ-สุริยา (๒+๕+๑) ที่มีมาตรฐานสูง และดาวศรี (พฤหัส-๕) เพ็ญบนท้องฟ้า ดาวมูล(พระราหู-๘) เป็นอุดมเกณฑ์ ดาวจันทร์ (๒) เป็นปทุมเกณฑ์  ดาวอาทิตย์ (๑) ดาวจันทร์(๒) และดาวพุธ(๔) ทั้ง 3 ดวงนี้ต่างได้อุดมเกณฑ์ราศีนระทั้งสิ้น
     สรุปได้ว่า บารมีของดวงนี้อยู่ในระดับ 85-90% (ประชากรส่วนใหญ่ได้เกณฑ์ 60% ลงไป ชนชั้นกลางระดับดีอยู่ในช่วง 70%เป็นต้น)
2.2ช่วงบารมีของดวงชะตาที่ขึ้นระดับสูงสุด
     จุดสูงสุดของดวงชะตาทักษิณ คือช่วงที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรกหลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 6 มกราคม 2544 และดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 9 กุมภาพันธ์ 2544

ราศีจักร ทักษิณ ชินวัตร ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 9 ก.พ. 2544

     ดวงชะตาช่วงนี้เริ่มต้นที่จะอยู่จุดสูงที่ยังกล่าวว่า ยังไม่อยู่จุดสูงสุดเพราะการได้ตำแหน่งนายกฯ เพียงอย่างเดียว แต่ยังขาดทรัพย์สินที่จะมีขึ้นภายหลัง เมื่อนั้นจึงนับว่าอยู่ในช่วงสูงสุดของชีวิต กล่าวคือช่วงจุดสูงสุดของดวงชะตาอยู่ในช่วงเป็นนายกฯ ครั้งที่ 2 จากการเลือกตั้งทั่วไป ผลการเลือกตั้งชนะแบบฟ้าถล่ม-ดินทลายนับเป็นประวัติการณ์ครั้งหนึ่งของการเมืองไทยที่ไม่เคยมีมาก่อน ทำให้มีเสียงข้างมากสามารถเป็นรัฐบาลได้พรรคเดียวไม่ต้องผสมกับพรรคการเมืองอื่น พร้อมทั้งเจ้าชะตาเองมีทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลมีอำนาจในการทำงานเด็ดขาด แต่หมอดูและโหรบางท่านกล่าวว่า เจ้าชะตาจะกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิมได้อีก ซึ่งนับว่าจุดสูงสุดของดวงชะตายังอยู่ในอนาคต ในฐานะนักโหราศาสตร์ขอพิจารณาดวงชะตาโดยไม่อิงกระแสและไม่สนใจประวัติเดิมดังนี้
12 ดวงประกาศิต
ราศีจักรทักษิณ ชินวัตร ช่วงดำรงตำแหน่งนายก ครั้งที่ 2 (11 มีนาคม 2548)
วิเคราะห์ช่วงได้รับตำแหน่งนายก ครั้งแรก (9 กุมภาพันธ์ 2544)
     การได้รับตำแหน่งนี้เป็นผลมาจากพื้นดวงชะตาเดิม เป็นประการแรก สูตรโบราณในเรื่องของมหาทักษา ยังนำมาใช้เป็นหลักการสำคัญในการพิจารณา กล่าวคือเมื่ออายุ 36-54 ปี เป็นช่วงที่ดาวพฤหัสบดี (๕) เสวยอายุ ดังกล่าวข้างต้นมาแล้วว่า เจ้าชะตามีดาวดวงนี้เด่น เป็นดาวศรีตามทักษา และได้ตำแหน่งปัญจมหาบุรุษโยค ประเด็นสำคัญ ดาวศรีดวงนี้เพ็ญบนท้องฟ้าในขณะที่เจ้าชะตาถือกำเนิด และสถิตอยู่ในเรือนเดชในราศีมังกร
ทักษิณ กับแขกต่างประเทศ     ประการที่สอง ดาวตรีวัยมีดาวศุกร์ (๖) เจ้าเรือนศุภะ (สิ่งแวดล้อม เกียรติ คุณงามความดี) เป็นเจ้าของวัยตั้งแต่อายุ 41 ปี 8 เดือนถึง 58 ปี 4 เดือน ส่วนนี้เป็นผลประการที่สอง ที่ผลักดันให้เจ้าชะตาไต่ระดับขึ้นแบบแนวดิ่งสูงชัน
     ประการที่สาม พิจารณาจาก กาลจักร-ลัคน์จร ลัคนาจรไปอยู่ที่ราศีพฤษภ เรือนศุภะของเจ้าชะตาหรือเรือนที่ 9 จากลัคนาเดิม เรือนนี้เป็นเรือนการงานของเจ้าชะตา เนื่องจากเป็นเรือนของดาวศุกร์(๖) ซึ่งเป็นดาวอุตสาหะ ตามทักษาวันเกิดจึงสอดคล้องอย่างเหมาะสมกับตรีวัยจร เจ้าเรือนที่ลัคนาสถิตอยู่คือดาวศุกร์ได้ตำแหน่งเกษตรที่ราศีตุลย์
กุมดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งเป็นศรีเดิมตามทักษาและยังกุมดาวเสาร์(๗) ซึ่งเป็นเดชเดิมตามทักษาและดาวกลุ่มนี้ (๖+๕+๗) ยังได้อุดมเกณฑ์ปัศวะ ลักษณะที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ทำให้เจ้าชะตาเหมือนนั่งอยู่บนเกี้ยวทอง ส่วนที่ส่งเสริมให้อีกตำแหน่งหนึ่งในกาลจักร-ลัคน์จรนี้ คือราศีพฤษภมีอาทิตย์ (๑) กุมลัคนาได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์ (มีเกียรติยศสูงเด่น) เด่นในเรื่องการงาน ดาวจันทร์(๒) ได้ตำแหน่งมหาอุจ ลัคนาจึงได้เกณฑ์จันทร์ด้วยทำให้เป็นที่นิยมของประชาชน (ประชาชนมากมายออกมาเชียร์ทั้งกายและใจ ในขณะที่กำลังพิจารณาคดีในศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการซุกหุ้น)
     ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้าในช่วงนั้น จะเห็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์คือดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรีโคจรมาสถิตที่ราศีพฤษภทับพระเกตุ (๙) ในดวงเดิมและในขณะนั้น ดาวดวงนี้ได้ตำแหน่งเป็นอุตสาหะจร (ศรีเดิมเป็นอุตสาหะ) ได้ตำแหน่งธรรมเกณฑ์ (เป็น ๙) แก่ลัคนาเดิม ดาวเสาร์ (๗) จรมากุมดาวพฤหัส(๕) จรที่ราศีพฤษภเช่นเดียวกัน เนื่องจากดาวเสาร์ (๗) เป็นดาวเดชตามทักษาจึงทำให้เจ้าชะตามีทั้งเดชและมีทั้งศรี หรือมีตบะบารมีในขั้นสูง เพราะดาวเสาร์มีมาตรฐานเป็นมหาจักร สมตามหลักครูที่ว่า “มหาจักร ฟักตัวขึ้นเป็นใหญ่...” การได้ดาวศรีกุมอยู่ด้วยทำให้ดาวศรีดวงนี้เป็นดาวพฤหัสบดี (๕) ทำให้เกิดปัญญา มีความคิดดี เฉียบแหลม และเป็นปรัชญา (มีแนวคิดและสามารถทำให้เห็นผลได้)
วิเคราะห์ช่วงที่ดำรงตำแหน่งนายก ครั้งที่ 2 (11 มีนาคม 2548)
     ประการแรก พิจารณาจากมหาทักษา เป็นช่วงพระราหูเสวยอายุตั้งแต่อายุ 55-66 ปี พระราหู(๘) ดวงนี้มีตำแหน่งมูละตามทักษาวันเกิดอยู่ในเรือนศรีของดาวพฤหัสบดี (๕) และเป็นอุดมเกณฑ์กับลัคนา จึงให้คุณมากทางทรัพย์สิน ช่วงนี้ถือว่าเจ้าชะตามีทรัพย์สินเงินทองเพิ่มขึ้นมากมาย มากกว่าช่วงใดๆ ในชีวิต แต่ทรัพย์สินที่ได้มาก็จะได้มาตามแบบนิสัยของราหู (ขอให้ท่านผู้อ่านพิจารณาเอง)
     ประการที่สอง ดาวตรีวัยยังคงเป็นดาวศุกร์ (๖)เหมือนกับตอนเป็นนายกฯ ครั้งแรก ยังคงเป็นวัยพันธุ เป็นการเสริมหรือตอกย้ำให้ความร่ำรวยของเจ้าชะตาทวีคูณ และยังส่งเสริมให้พระราหูมีอิทธิฤทธิ์มากขึ้น แต่ความหมายของดาวคู่นี้ (๖+๘) มีความหมาย 2
13 ดวงประกาศิต
นัยยะ กล่าวคือถ้าไม่โกงเขาก็จะโดนเขาโกง แต่จากประสบการณ์ของผู้เขียน ดาวคู่นี้มักมีผล 2 นัยยะ
     ประการที่สาม พิจารณาจากกาลจักร-ลัคน์จร ลัคนา(ลั) สถิตราศีมิถุน เป็น สิบ แก่ลัคนาเดิม หรือเป็นเรือนกำมะ (การงาน) ข้อที่ส่งเสริมให้เด่น ภาษาโหรเรียกว่าจุดทศมลัคน์ เนื่องจากดาวอาทิตย์ (๑) ที่กุมลัคนานอกจากได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์แล้วยังได้มาตรฐานสูงเป็นตำแหน่งราชาโชค ตามหลักครูที่กล่าวว่า “ราชาโชค โฉลกเฉลา ผลบุญเก่าให้เห็น เด่นเป็นสง่า...” หลักสำคัญของข้อนี้อยู่ที่ดาวเจ้าเรือนคือดาวพุธที่เป็นเจ้าของเรือนได้ตำแหน่งเกษตร(มั่นคง) ทำให้ดวงของเจ้าชะตาแข็งแกร่ง มีฐานเสียงเป็นพรรคเดียวที่จัดตั้งรัฐบาลได้ ทุกคนในประเทศคาดหวังว่ารัฐบาลจะมีอายุยืนยาวต่อไปได้อีก 12-16 ปี
     ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้า จะเห็นว่า ดาวพฤหัสบดี (๕) ซึ่งเป็นดาวศรีตามทักษาวันเกิด และเป็นประธานฝ่ายศุภเคราะห์ (ฝ่ายดี-ให้คุณสูง) โคจรมาทับลัคนาเดิมที่ราศีกันย์ และในปีดาวศรีดวงนี้เป็นดาวเดชจรมาให้คุณอย่างมากมาย พระราหู(๘) เป็นศรีจร สถิตที่ราศีเมษ ได้มาตรฐานเป็นเทวีโชคและ ได้ตำแหน่งพิเศษ “บุญสุรา” (นั่งกินนอนกิน จนมัวเมา) ถึงแม้ว่าพระราหูตำแหน่งนี้จะให้คุณมากแต่ก็สามารถให้โทษได้ถ้าเกิดความลุ่มหลง และมัวเมาจนทำให้ขาดสติ (เหมือนคนดื่มสุราจนเกินพอดี)
การชุมนุมคนเสื้อแดง
     สรุปจากการวิเคราะห์
    การได้รับตำแหน่งนายกฯ ครั้งแรกเป็นการปูพื้นฐานสู่ความยิ่งใหญ่ หรือหอคอยงาช้าง การได้รับตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรกของเจ้าชะตา ที่ใกล้มาถึงจุดสูงสุดทำให้เกิดความภาคภูมิใจมีอุดมการณ์ และมีความตั้งใจที่จะทำงานเพื่อชาติ และประชาชน มีผลงานเห็นได้ชัดเจนเช่น การเร่งสร้างสนามบินสุวรรณภูมิ และการเร่งการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินให้เสร็จโดยรวดเร็ว
    การได้รับตำแหน่งนายกครั้งที่สอง แม้ในช่วงต้นจะดูยิ่งใหญ่ แต่เริ่มมีปัญหาในการทำงาน งานภายในมีการเปลี่ยนตำแหน่งผู้ทำงานบ่อยเหมือนเปลี่ยนม้ากลางศึก (การย้ายทหารและตำรวจข้ามอาวุโส และคนที่ข้ามก็ไม่มีความสามารถแต่เป็นคนใกล้ชิด) การบริหารมักไม่ฟังใคร ศึกภายนอกเริ่มมีคนต่อต้าน จาก
    การดำเนินนโยบายการบริหาร มีการก่อม็อบ การประท้วงต่างๆ ผลของการเกิดสิ่งเหล่านี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของดาวต่างๆ ตามวัยที่เปลี่ยนไปของเจ้าชะตา ประการหนึ่งกับดาวจรบนท้องฟ้าที่เปลี่ยนจากการให้คุณมาเป็นให้โทษ เหมือนกับว่าวติดลมบน แล้วสายป่านขาดเนื่องจากสายป่านตึงเกินไป

ราศีจักรทักษิณ ชินวัตร ช่วงวันปฎิบัติ 19 กันยายน 2549

3. จุดตกต่ำของดวงชะตา
    จุดตกต่ำของดวงชะตาหลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อ 11 มีนาคม 2548 ก็คือการโดนปฏิวัติปลดออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 หลังจากได้ตำแหน่งเพียงปีเศษ

วิเคราะห์ช่วงตกต่ำของเจ้าชะตา
     ประการแรก พิจารณาจากมหาทักษา ช่วงนี้พระราหู(๘)ยังเสวยอายุอยู่ระหว่างย่าง 58 ปี แต่จุดหักเหให้ตกต่ำเพราะดาวแทรก ได้แก่ดาวศุกร์(๖)แทรกอายุนาน 2 ปี 4 เดือนจนกว่าอายุจะครบ 61 ปี 8 เดือน (วันปฏิวัติเจ้าชะตาอายุย่าง 58 ปี)ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ดาวคู่นี้ ศุกร์+ราหู (๖+๘) เป็นดาวคู่ศัตรู มี
14 ดวงประกาศิต
การชุมนุมของคนเสื้อแดง
ทักษิณความหมายว่าไม่เล่นงานเขา-เขาก็จะเล่นงานเรา แต่เหตุใดเจ้าชะตาไม่เล่นงานเขา แต่กลับโดนคนอื่นเล่นงานเนื่องจากช่วงนี้ดาวบริวารวันเกิด คือดาวอังคาร (๓) ของเจ้าชะตาอ่อน
    ประการที่สอง พิจารณาจากดาวตรีวัยจร ดาวตรีวัยกำลังจะเปลี่ยนดาวประจำวัย จากดาวศุกร์(๖)เป็นดาวอังคาร(๓)ซึ่งไม่ต่างจากแรงถีบของการเล่นกีฬา
     ดาวอังคาร(๓) ในดวงเดิมเกาะดาวนักษัตรอารทรา ในอาณาเขตเทวีแห่งฤกษ์ ตามปกติดาวดวงนี้ให้คุณแต่ก็แฝงความร้ายเอาไว้เนื่องจากโดนดาวมฤตยู(๐)ซึ่งเป็นดาวคู่ศัตรูกุมเอาไว้สนิทองศาสนิทนวางค์ ซึ่งจะให้ความอาเพศเกี่ยวกับบริวารทั้งหลาย ณ ที่นี้หมายถึงทหาร เนื่องจากดาวอังคาร(๓)มีความหมายถึงทหาร แต่การที่ไม่เกิดเรื่องราวก่อนหน้านี้เพราะดาวมฤตยู(๐)ยังไม่ส่งผลร้ายต่อดาวอังคาร(๓)ดวงนี้เหมือนคนมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ B อยู่ในร่างกาย แต่ไม่แสดงอาการเมื่อไหร่ที่ร่างกายอ่อนแอ ภูมิต้านทานต่ำเชื้อตัวนี้ก็จะออกมาอาละวาดทันที
    ประการที่สาม พิจารณาจากกาลจักร-ลัคน์จร ลัคจร สถิตราศีกรกฎ เป็นลาภะ(ลาภ)นับเป็นเรือนที่ 11 แก่ลัคนาเดิมกุมดาวดวงอื่นๆอีก 5 ดวง (๑+๒+๔+น+พ+ลั)เนื่องจากเรือนนี้เป็นเรือนกาลี (อัปมงคล เสนียด จัญไร)ตามทักษาวันเกิดของเจ้าชะตาเดิมความหมายและสิ่งดีๆทั้งหมดจึงเสื่อมสภาพความดีทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ดาวอาทิตย์(๑) ที่แสดงถึงยศศักดิ์ เกียรติและศักดิ์ศรีจึงต้องหมองและเสื่อมสภาพไปด้วยจุดที่ซ้ำเติมเจ้าชะตา คือดาวเสาร์ (๗) ซึ่งเป็นเดชตามทักษาเดิม สถิตราศีพิจิกได้ตำแหน่งสูงส่งเป็นราชาโชค-อุจจาภิมุข-จุลจักรแต่ภินทุบาทว์(แตก) เพราะเป็นห้าแก่ลัคนา เจ้าเรือนที่ดาวเสาร์สถิตย์อยู่เป็นดาวอังคาร (๓) เป็นดาวคู่ศัตรูกับดาวเสาร์(๗) และส่งมุมตรีโกณถึงดาวอังคารและมฤตยูเดิม (๓+๐) รวมทั้งถึงลัคนาและดาวทั้ง
กลุ่มที่กุมลัคนาในราศีกรกฎ (๑+๒+๔+น+พ+ลั) และยังเป็นมาตนระโสโร (ดาวเสาร์-๗ เป็นมาตหรือตัวทำลาย) ข้อเท็จจริงก็คือชำระอายุช่วงนี้ย่าง 58 ปี ดาวศรี (๕) เป็นบริวารจร, ดาวเสาร์(๗) ซึ่งเป็นเดชเดิมจึงตกเป็นกาลีจร ดังนี้ จึงเรียกว่าฆาตนระโสโร เหตุเพราะว่าลัคนาเดิมของเจ้าชะตาสถิตราศีกันย์ ซึ่งเป็นราศีนระ เมื่อขับชะตาเข้าดวงกาลจักร-ลัคน์จร ดาวเสาร์(๗) ดวงนี้ทำมุมตรีโกณถึงลัคนาและดาวจันทร์(๒) ซึ่งเป็นดาวกาลีวันเกิดเดิม สุดท้ายถึงดาวอังคาร (๓) จึงเป็นมุมหอกที่ทิ่มแทงให้เจ้าชะตาต้องประสบความล้มเหลวในการบริหารงาน แต่ยังนับว่าเจ้าชะตายังไม่ถึงฆาต (เสียชีวิต) เพราะมีดาวพฤหัสบดี(๕) ซึ่งเป็นดาวให้คุณกุมกับพระเกตุ (๙ - สิ่งศักดิ์สิทธิ์) เล็งลัคนาอยู่และรูปลักษณ์ดวงกาลจักร-ลัคน์จรนี้เจ้าชะตาได้องค์เกณฑ์ เป็นจันทร์-คุรุ-สุริยาแท้ 100%  จึงคุ้มครองเจ้าชะตาได้
    ประการสุดท้าย พิจารณาจากดาวจรบนท้องฟ้า ดาวอาทิตย์+อังคาร+พุธ (๑+๓+๔) โคจรทับลัคนาที่ราศีกันย์โดยมีพระราหู (๘)ราศีมีน เล็งดาวกลุ่มนี้ ทำให้เกิดคราสในราศีกุมภ์
(จันทรุปราคา)ในวันที่ 7 กันยายน 2549 และเกิดสุริยุปราคาที่ราศีกันย์ในวันที่ 22 กันยายน 2549 ในช่วงเดือนที่ปฏิวัติทำให้เกิดอาเพศกับเจ้าชะตาในเรื่องบริวาร, การงาน และทรัพย์สินของเจ้าชะตา ดาวเสาร์จร(๗) สถิตย์ราศีกรกฎทับดาวอาทิตย์,พุธ,พลูโตและจันทร์(๑+๔+พ+๒)โดยเฉพาะดาวเสาร์(๗)จรทับดาวจันทร์เดิม(๒) ดาวเสาร์มาจากเจ้าเรือนอริ และถูกจุดคราสมาแล้ว และส่งเกณฑ์พิเศษเป็นสามแก่ลัคนา ซึ่งมีดาวพุธ(๔) เป็นเจ้าเรือนในราศีกันย์และเป็นตนุเศษ(จุดตั้งรับ) ดังนั้นดาวเสาร์(๗)จรจึงเล่นงาน ดาวจันทร์,พุธที่เป็นตนุเศษและตนุลัคน์,อาทิตย์,พลูโต(๒+๓+๑+พ)ทำให้เจ้าชะตาเหมือนถูกต้อนเข้าซอยตันไม่มีทางหนี นอกจากนั้นกลุ่มดาวชะตางูกินหางได้แก่ อาทิตย์,อังคารและพุธ(๑+๓+๔) เป็นตัวจุดฉนวนเหมือนติดเชื้อไวรัสเริ่มออกอาการของความหมายงูกินหางเริ่มตั้งแต่นั้นมาได้แก่ การถูกอายัดทรัพย์สิน ใช้จ่ายเงินในการตั้งพรรคใหม่ การลงทุนในการเลือกตั้งหลายครั้งเป็นจำนวนมหาศาล และต้องมีเรื่องจ่ายสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
     สรุปการวิเคราะห์
     การวิเคราะห์นี้ไม่ได้วิเคราะห์เรื่องราวเรื่องอื่นๆ ทั้งหมด เช่น เรื่องครอบครัวกิจการนอกจากการเมือง, ธุรกิจ ฯลฯ เพียงวิเคราะห์ในส่วนที่มีผู้คนสนใจบางส่วนเท่านั้น เพราะถ้าวิเคราะห์ทั้งหมดคงจะเป็นหนังสือ พ็อกเก็ตบุ๊คเป็นเล่มได้ จึงขอวิเคราะห์พอหอมปากหอมคอมาให้อ่านกันในเรื่องหลักๆ เพียงเท่านี้
15 ดวงประกาศิต
4. ในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้นกับดวงชะตา
ดวงช่วงวันเกิดจลาจล 12 เมษายน 2552
และกาลจักร-ลัคน์จรหลังวันเกิด 24 กรกฎาคม 2552
ราศีจักร ทักษิณ ชินวัตร วันเกิดจลาจล 12 เมษายน 2552

กาลจัคร-ลัคน์จร ทักษิณ ชินวัตร วันเกิดจลาจล 12 เมษายน 2552

กาลจัคร-ลัคน์จร ทักษิณ ชินวัตร หลังวันเกิด 26 กรกฏาคม 2552

ทักษิณ ชินวัตร

หลายท่านตั้งโจทย์ถามว่า
1.คุณทักษิณ มีโอกาสกลับมาใหญ่อีกไหม?
2.ทรัพย์สินที่ถูกอายัดจะโดนยึดไหม?
3.การหย่าร้างเป็นเรื่องการเมืองหรือหย่าจริง
4.คุณทักษิณ ชินวัตร จะโดนจำคุกหรือไม่
5.บั้นปลายชีวิตจะลงเอยอย่างไร? เช่นจะกลับมาเมืองไทยได้ไหม? ฯลฯ

เนื่องจากการพยากรณ์ในอนาคตจะเป็นเรื่องทางการเมืองเป็นส่วนใหญ่ ผลของการพยากรณ์ไม่ว่าจะออกมาดีหรือไม่ดีจะกระทบกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อย่างกว้างขวาง ผู้เขียนจึงขออภัยท่านผู้อ่านที่จะไม่ขอพยากรณ์ในส่วนนี้เพื่อไม่ต้องการให้ท่านผู้อ่านรู้สึกว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงขอจบคอลัมน์นี้เพียงเท่านี้ ในอนาคตถ้ามีโอกาสดีหรือเหมาะสมก็จะมาวิเคราะห์เพิ่มเติมให้ท่านผู้อ่านทราบต่อไป
ทักษิณ ชินวัตร

จบแล้วค่ะ

 

ที่มา : วารสารดวงประกาศิต เล่มที่ 29 ปีที่ 3 ประจำเดือนพฤษภาคม 2552.
คอลัมน์ "มิติอมตะ : วิเคราะห์ดวงทักษิณ : ทักษิณ ผู้จะพลิกแผ่นดิน? " โดย พรานดาว และ พ.ประกาศิต

วารสารดวงประกาศิต
บริษัท สำนักพิมพ์แพนสยาม จำกัด 64 ซอยพัฒนาการ 59 ถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กทม 10250
โทร 0-2322-0291-99 แฟกซ์ 0-2322-0290
สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด โดย...นิตยสารดวงประกาศิต!