แม้ร่ำรวยมีเงินเป็นหมื่น-พันล้าน ก็หมดตัวได้ ปิดตำนาน "โกง" บีบีซี (ตอน1)

โชคชะตาฟ้าลิขิตพยากรณ์โดย โหราศาสตร์ไทย ระบบนิรายนะวิธี (Fixed Zodiac)
ตามแนวทางของท่าน ปรมาโหราจารย์ พ.อ.อ.บุญช่วย ชุ่มเชิงรักษ์
เงินตรา

ดวงชะตาติดเชื้อไวรัส "งูกินหาง" ตอนที่ 1

เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์






คุณเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์
     สูติ 25 เมษายน 2492 ตรงกับวันจันทร์ แรม 13 ค่ำ เดือน 5 ปีฉลู จ.ศ. 1311 ค.ศ. 1949
     ลัคนาสถิตราศีกรกฎ (ธาตุน้ำ) เกาะจัตตุถนวางค์ ๖ ทุติยตรียางค์ ๓ เสวยปุษยะนักษัตรฤกษ์ที่ 8 ประกอบด้วย ราชาแห่งฤกษ์


ราศีจักร-นวางค์จักร นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์




อศ รศ ลด ฟด นว. ตย. นักษัตร (ฤกษ์)
ลัคนา 12
กฎ 44 00 ปุษยะ (ราชา)
อาทิตย์ 11
มษ
29
02

อัศวิณี (ทลิทโท)
จันทร์
06
มน 55
44

๕พน.
อุตรภัทรบท (ราชา)
อังคาร 03 มษ 08 59 ๓พน. อัศวิณี (ทลิทโท)
พุธ 24 มษ 32 33 ภรณี (มหัทธโน)
พฤหัส 08 มก 01 21
อุตราษาฒ (โจโร)
ศุกร์ 13 มษ 38 02 ภรณี (มหัทธโน)
เสาร์ 06 สห 11 54พ มาฆะ  (ทลิทโท)
ราหู 02 มษ 14 46 ๓พน. อัศวิณี (ทลิทโท)
เกตุ 02 กฎ 33 00 ปุนรวสุ. (เพชฌฆาต)
มฤตยู 04 มถ 28 15 มฤคศิระ (เทศาตรี)
เนปจูน 20 กย 05 29พ หัสตะ (ภูมิปาโล)
พลูโต 21 กฎ 00 05พ ๕พส.
อาศเลษา (สมโณ)

เกริกเกียรต ชาลีจันทร์
วิเคราะห์ดวงเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์

     เมื่อวันที่  11 มี.ค. 52 เวลา 09.30 น. ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พิพากษาให้นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ จำกัด (มหาชน) หรือ บีบีซี ฐานยักยอกทรัพย์ของธนาคารกรุงเทพพาณิชยการหรือบีบีซี. และความผิดตาม พรบ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 กรณีอนุมัติสินเชื่ออันมีเจตนาทุจริต จำคุกอีก 20 ปี ปรับ 3 พันล้าน แถมสั่งใช้หนี้

58 ดวงประกาศิต

"ชะตางูกินหาง" ดวงเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ ดวงราเกซ สักเสนา


แบงก์ บีบีซี อีก 1.5 พันล้าน ฐานยักยอกทรัพย์ อนุมัติสินเชื่อลูกหนี้โดยฝ่าฝืนคำสั่ง ธปท. รวมโทษเก่า 6 สำนวนจำคุกทั้งสิ้น 90 ปี ปรับ 6.9 พันล้านบาท 472 ล้านดอลล่าร์

     ผู้เขียนกราบขออภัยต้นตระกูลชาลีจันทร์ที่มิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่บรรพบุรุษ ขอให้เป็นวิทยาทานแก่วงการโหราศาสตร์ไทย เป็นบทวิเคราะห์เพื่อช่วยเหลือบุคคลอื่นที่มีดวงชะตาคล้ายคลึงกัน เพราะถ้ารู้ตัวก่อนแล้วแก้ไขก็จะไม่พบความวิบัติแบบชะตานี้ จึงเชื่อว่าท่านผู้อ่านคงมองเจตนารมณ์ของผู้เขียนได้ว่า ไม่ได้เขียนเพื่อความอยากดังหรือทับถมผู้อื่น
เงินตรา     ผู้เขียนขอยืมสำนวนของท่านโหราจารย์สุวิทย์ ตันติสุนทรชัย นักเขียนชื่อดังประจำวารสารดวงประกาศิต เพราะผู้เขียนถือว่าท่านเป็นดั่งสารานุกรมโหราศาสตร์เคลื่อนที่ ตามที่ท่านบัญญัติไว้ว่า ชะตาต้องคำสาป บาปสักยันต์ จึงเป็นผลดีต่อผู้อ่านทุกท่านไม่ว่าหญิงหรือชายตั้งแต่ระดับรากหญ้าจนถึงมหาเศรษฐีมีทรัพย์สินนับพันล้านหมื่นล้าน ต้องหมดตัวและจนลงเป็นสิทธิการิยะ ขอให้บทความนี้เป็นอานิสงส์แด่ท่านผู้อ่านและสมาชิกวารสารดวงประกาศิตทุกท่าน
     เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ เกิดเมื่อ 25 เมษายน 2492 ถือกำเนิดเป็นคนวันจันทร์ ลัคนา (ลั) สถิตราศีกรกฎ (ลั/28_zodiac_cancer) นักษัตรปุษยะ ประกอบ

ด้วยราชาแห่งฤกษ์ ทำให้เป็นคนนุ่มนวล (กายภาพ ภายนอก เมื่อแรกเห็น) สุขุม คัมภีรภาพ เนื่องจากเจ้าเรือนคือดาวจันทร์ (๒) เป็นดาวบริวารเกิดแต่กรรมของเจ้าชะตา ดาวจันทร์ดังกล่าวไปสถิตที่ราศีมีน (๒/28_zodiac_pisces)เสวยนักษัตรอุตรภัทรบท ประกอบด้วยราชาแห่งฤกษ์ ที่กล่าวมาเป็น ราชาแห่งฤกษ์ถึง 2 ชั้น เปรียบเสมือนว่าอาคารที่มีฐานมั่นคงแข็งแรงรองรับตึกระฟ้าได้นับ 100 ชั้น หรือเกิดมาก็มีความร่ำรวยเป็นฐานรองอยู่แล้ว ดาวจันทร์ (๒) ดวงนี้ยังไปปรากฏที่ดวงนวางค์จักรได้มาตรฐานเป็นราชาโชคในราศีกันย์ (๒/28_zodiac_virgo) เล็งกับดาวพฤหัสบดี ในนวางค์จักรที่ราศีมีน (๕/28_zodiac_pisces ) ได้คู่อิสีติธาตุ-ธาตุดิน ดาวพฤหัสบดีดังกล่าวเป็นดาวมูละตามทักษา (ทรัพย์สินคงคลัง) ในราศีจักรที่ดาวจันทร์สถิตอยู่ เจ้าเรือนก็คือดาวพฤหัสบดี (๕) ดวงนี้นี่เองที่ให้คุณอย่างเอกอุ แม้ว่าในราศีจักรมีตำแหน่งนิจ (ต่ำต้อย) แต่ก็เป็นเรือนศรี (มั่งมีศรีสุข) ดาวพฤหัสบดี (๕) นี้โยคหลังดาวจันทร์ และเล็งลัคนาให้คุณทางสติปัญญา เนื่องจากดาวพฤหัสบดี (๕) มิได้เป็นนิจจริง สาเหตุเพราะเกาะนวางค์ที่เป็นเกษตรในนวางค์ของตัวเอง ชะตานี้จึงมีคู่ธาตุครบสี่คู่ดังนี้ คู่ธาตุไฟคือดาวศรี = เสาร์ ตรีโกณทำมุมกับดาวอาทิตย์ (๗-) ที่เป็นมหาอุจและเป็นปรมัติถ์อุจ (เป็นอุจที่สูงที่สุด) และยังเป็นตนุเกษตร เป็นการทอนโทษความเป็นกาลี เพราะเป็นจุดตั้งรับของเจ้าชะตา ส่วนดาวเสาร์ที่สถิตราศีสิงห์ (28_zodiac_leo) นั้น พักรองศาโคจรใกล้โลกคู่ดาวธาตุน้ำ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ซึ่งเป็นพระเคราะห์วงในของโลกกุมกันสถิตที่ราศีเมษ (๔/๖/28_zodiac_aries) ถึงแม้จะผิดธาตุ (ธาตุคู่ศัตรู) ก็ยังเป็นคู่ที่มีความหมายให้คุณ โดยเป็นดาวเดช (๔) และดาวมนตรี (๖) ตามทักษา ดาวศุกร์ (๖) ยังเป็นเจ้าเรือนพันธุ (ทรัพย์สินและปัจจัย 4 ทั้งหลาย) ดาวศุกร์ (๖) เป็นความหมายของดาวมนตรีที่มีบรรพบุรุษมีทรัพย์สมบัติพัสถาน คู่สุดท้าย ดาวอังคาร (๓) กับพระราหู (๘) กุมกันที่ราศีเมษ (๓-๘/28_zodiac_aries) และสนิทนวางค์ที่ดวงนวางค์จักร จึงเป็นวรโคตมนวางค์ทั้งคู่ และเป็นดาวคู่ธาตุลมที่ให้คุณ เนื่องจากอยู่ในธาตุที่เป็นมิตรแก่กัน แต่คู่นี้ก็สามารถทำให้เกิดไฟบรรลัยกัลป์ได้ สำหรับธาตุดิน (๒+๕) ได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว การที่เจ้าชะตามีดาวคู่ธาตุครบ 4 คู่เช่นนี้ ทำให้เจ้าชะตาดูเหมือนสูงส่งไม่น่าจะมีปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นได้
     เมื่อมีขาวก็ต้องมีดำ ดาวที่สถิตราศีเมษ (
28_zodiac_aries) นั้นเป็นดาวคู่ศัตรูกันถึง 5 ดวง (๘-๖-๔-๓-๑ ) ขยายความได้ 5 คู่ ได้แก่ ดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนกดุมภะ (การเงิน) คู่ศัตรูกับดาวอังคาร (๓) เจ้าเรือนปุตตะ (การคาดหมาย, การเสี่ยง) และเจ้าเรือนกัมมะ (การงาน อาชีพ) คู่ที่ 2ดาวอาทิตย์ ยังเป็นศัตรูกับพระราหู เจ้าเรือนมรณะ (๑-๘)  (พินัยกรรมและมรดกตกทอด) แต่เป็นตำแหน่งอุตสาหะตามทักษา (อาชีพการงาน) ในเมื่อพระราหูกุมร่วมดาวอาทิตย์ (๑-๘) อยู่ในราศีเดียวกัน ย่อมทำให้เกิดอุปราคาอย่างชัดเจน จึงแสดงถึงความอาเพศและอาถรรพ์ของเจ้าชะตา ตลอดชีวิตถือเป็นกรรมลิขิต! หาใช่พรหมลิขิตไม่? เราไม่สามารถระลึกชาติได้ ทว่าชาติปัจจุบันแสดงผลตั้งแต่เกิดลืมตาดูโลก ถึงรอบใครก็รอบคนนั้น เพราะจุดที่เกิดสุริยุปราคาเกิดในวันที่ 28 เมษายน 2492 ห่างวันเกิดของเจ้าชะตาเพียง 3 วัน และถูกนวางค์อาทิตย์ (๑) ซึ่งเป็นเจ้าเรือนกดุมภะ (การเงิน) และยังเกิด
59 ดวงประกาศิต
การเงินจันทรุปราคาในวันที่ 13 เมษายน 2492  ก่อนที่เจ้าชะตาจะถือกำเนิดเพียง 12 วัน เกาะนวางค์พฤหัสบดี (๕) ซึ่งหมายถึงดาวมูละ (ทรัพย์สิน) ตามทักษา และเรือนนี้เป็นเรือนสหัสชะ และเรือนนี้เป็นเรือนของดาวพุธ หมายถึง เอกสารและข่าวสาร รวมทั้งความหมายของมิตรสหายชายหญิงและญาติพี่น้องร่วมสายเลือด จึงเป็นจุดบอดของเจ้าชะตาตั้งแต่เกิด ดาวพุธ (๔) ไปสถิตราศีใดความหมายเกิดที่ราศีนั้น เจ้าชะตาจึงมีเพื่อนหรือมิตรที่ให้โทษในทางเอกสารที่มัดตัวเป็นหลักฐาน
     คู่ศัตรที่ 3 ต่อไป คือดาวพุธและดาวอังคาร (๔-๓) เป็นคู่ที่ขัดแย้งกันในทางคำพูดหรือคำพูดทำให้เกิดศัตรูในทางการงาน เพราะสถิตเรือนกัมมะ (การงาน) ศัตรูคู่ที่ 4 ดาวพุธ (๔) ดวงเดียวกันนี้ สถิตร่วมพระราหู (๔-๘) ทำให้เป็นคนพูดตรงแบบขวานผ่าซากก่อให้เกิดศัตรูที่เรียกว่าโอษฐภัย ดาวพุธ (๔) เป็นเอกสารเจ้าชะตาจึงตัดสินใจในทางเอกสารไม่รอบคอบ คือสั่งการเร็ว สรุปเร็ว ทำให้ขาดความรอบคอบและไตร่ตรอง เป็นชนวนทำให้เกิดชนักติดหลังในทางเอกสารที่ดิ้นไม่หลุด โดยเฉพาะดาว (๑-๓-๔) คืออาทิตย์ + อังคาร + ดาวพุธ... เป็นชะตางูกินหาง ผู้เขียนได้รับคำชี้แนะจากท่าน... โหรเจนชาติอนุญาตให้ใช้คำศัพท์ท่านบัญญัติว่า “ดาว ๑-๓-๔” จะสถิตดวงบุคคลหรือดวงฤกษ์ ดวงกาลชะตาทุกสรรพสิ่ง ตัวอย่างรูปดวงธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ (BBC) ก็ปรากฏดาวกลุ่มนี้ (๑๓๔) ท่านบอกว่าแม้กระทั่งเลขที่บ้าน ฯ ทะเบียนรถ ฯ ล้วนเข้ากฎต้องห้าม ท่านได้เมตตาอนุเคราะห์ให้ใช้คำว่า “ชะตางูกินหาง” นำไปใช้ได้เลย รับรองไม่ผิดหลักการที่ท่านค้นคว้ามา
     ศัตรูคู่สุดท้ายดาวศุกร์ (๖) เป็นคู่ศัตรูกับพระราหู (๐-๘) ทางโหราศาสตร์ถือเป็นคู่กลโกงหรือคู่กะเฌอก้นรั่ว ถมเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักเต็ม เกิดหน้ามืดตาลายมีเท่าไหร่ไม่รู้จักพอ เกิดความโลภเข้าครอบงำ ทางใดที่เป็นผลประโยชน์แม้ไม่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมก็จะหลับตาทำ ทั้งๆ ที่รู้ว่าไม่ถูก แต่ดวงประเภทนี้ก็จะตาลปัตร ไม่โกงเขาก็ถูกเขาโกงจนได้ ผลลัพธ์ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมักเป็นอย่างหลังสำหรับชะตานี้ นอกจากนั้น ดาวศุกร์ (๖) ดวงนี้โคจรในอาณัติดับบนท้องฟ้า (Combust) ในขณะที่เจ้าชะตากำเนิด โดยดาวศุกร์ (๖) โคจรเร่งรีบเข้าหาดวงอาทิตย์ (๑) ทำให้ตัวเองดับ (Acceleration Combust) เหมือนกับเกิดมาตามแรงกรรม เช่นเดียวกับดาวจันทร์ (๒) ที่เจ้าชะตาเกิดแรม 13 ค่ำ แม้ดาวจันทร์ตนุลัคน์ได้ตำแหน่งเทวีโชคก็หมดพลัง ผู้เขียนจะชี้ให้เห็นภาพของ World Trade Centre ที่ตั้งตระหง่านกลางเกาะแมนฮัตตัน เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนิวยอร์ก ถึงสร้างมาตรฐานดี เมื่อคราวชะตาขาดก็ล้มลงมากองอยู่บนพื้นดินได้ ฉันใดฉันนั้น
     เจ้าชะตามีความรู้ความสามารถทางการเงินดีเยี่ยม เริ่มงานบริษัทเงินทุนเอกชนเพียง 3 เดือนจึง = ได้ทำงานที่ธนาคารแห่งประเทศไทยตั้งแต่สำเร็จการศึกษา เนื่องจากมีความรู้และความสามารถทางการเงินตามที่ศึกษามา แต่ด้วยแรงกรรมที่ตระกูลชาลีจันทร์เข้ายึดอำนาจการบริหารของธนาคารกรุงเทพพาณิชยการเดิมในวันที่ 20 มีนาคม 2529 จึงเป็นวงล้อกรรมเริ่มเดินออกจากธนาคารแห่งประเทศไทยในเดือนพฤษภาคม 2529 ด้วยความเห็นชอบของทุกฝ่าย ด้วยวัยเพียง 37 ปี
เป็นช่วงที่ดาวมูละตามทักษาคือดาวพฤหัสบดี (๕) เป็นศรีจร และดาวมูละ (เดิม) ดังกล่าวอยู่ในเรือนของดาวศรีที่ราศีมังกร (28_zodiac_capricorn) ดังพุทธภาษิตกล่าวไว้ว่า “เห็นกงจักรเป็นดอกบัว” ดาวพฤหัสบดี (๕) ดวงเดิมเป็นเจ้าเรือนอริ (หนี้สิน, ศัตรู, ความทุกข์) และเป็นเจ้าเรือนศุภะ (สิ่งแวดล้อม, คุณงามความดี และความคิดในทางปรัชญา) แต่ไม่เป็นผลสำเร็จ เพราะไม่สามารถคิดได้อย่างลึกซึ้ง สาเหตุมาจากดาวดวงนี้ถูกแรงอุปราคามาตั้งแต่กำเนิด ตามที่กล่าวมาแล้วข้างต้น
     เกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ รู้จักราเกซ สักเสนา ในปี 2530 จึงเป็นกงเกวียนให้พานพบกับเพื่อนที่เป็นเสมือนหนึ่งซาตานในคราบเทพเจ้า เนื่องจากดาวพุธ (๔) เป็นเจ้าเรือนสหัสชะ (เพื่อน) และเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์วินาศ (ความสุรุ่ยสุร่าย, การปิดบังซ่อนเร้น และความหมดอิสรภาพ เป็นต้น) ดังได้กล่าวมาข้างต้นแล้วว่า ดาวพุธ (๔) ถูกจุดจันทรุปราคาตั้งแต่กำเนิด และสถิตเรือนกัมมะเปรียบได้กับแม่เหล็ก 2 ขั้วที่เป็นแรงดึงดูดให้มาติดกันจนหนีไม่พ้น เกริกเกียรติถือกำเนิดเป็นคนวันจันทร์ ลัคนาสถิตราศีกรกฎ (28_zodiac_cancer) เรือนคู่ค้าฯ (ปัตติ) คือราศีมังกร (28_zodiac_capricorn) เป็นเรือนของดาวเสาร์ (๗) ซึ่งมีความหมายถึงดาวแขกตามหลักโหราศาสตร์ เพราะราเกซมีเชื้อชาติอินเดีย สัญชาติอังกฤษ และเมื่อแต่งงานกับหญิงไทยในตระกูลสูงส่ง นายราเกซจึงมีสัญชาติเป็นไทยด้วย ดาวเสาร์ (๗) ในทางโหราศาสตร์เป็นนาคนาม (งู) ในราศีมังกรเป็นงูใหญ่ จึงมีความน่ากลัวที่เป็นคน 2 สัญชาติ เปรียบได้กับงูที่มีลิ้น 2 แฉก และช่างเผอิญเหลือเกินที่ดวงวันก่อตั้งธนาคารกรุงเทพพาณิชยการ BBC ก็เป็นดวง... “ชะตางูกินหาง” ศัพท์ของโหรเจนชาติ ท่านให้ความจำกัดความไว้ว่า... เป็นชะตาที่เปรียบได้กับโรคร้าย เช่น เชื้อเอชไอวี (AIDS) โดยเฉพาะนายราเกซ ฯ เท่ากับเป็นตัวแทนของงูที่กินหาง – กินกลางตลอดตัว นำเชื้อโรคร้ายมาแพร่ลง BBC  ดาวเสาร์ (๗) ดังกล่าวนี้ สถิตที่เรือนกดุมภะ (การเงิน) ของเกริกเกียรติฯ นวางค์จักรของดาวเสาร์ สถิตที่ราศีพฤษภ(๗-28_zodiac_taurus) มาตรฐานเป็นมหาจักร ดังนั้น จะถือว่าเป็นตำแหน่งประ (ไม่มั่นคง) ไม่ได้ เนื่องจากหลักโหราศาสตร์ถือดวงนวางค์จักรเป็นใส้ชะตาที่สำคัญ ถึงกระนั้นก็ตาม แม้ดาวเสาร์สถิตราศีสิงห์ (28_zodiac_leo) ก็เข้าหลักภินทุบาทว์ ดังคำของครูว่าไว้ “ศุกรา อาจารย์เจ้ากล่าวไว้ เป็นสิบสองปองร้าย แรงร้อน เสาร์,หนึ่งสองไซร้ ทราบยิ่งแท้เอย ราหูสองสี่ซ้อน แทรงซ้ำสิบสอง” ดวงชะตานี้ พระราหู สถิตราศีเมษ (๘-28_zodiac_aries) ตำแหน่งพิเศษ บุญสุราหรือมาตรฐานเป็นเทวีโชค ส่งเกณฑ์พิเศษเป็นสิบแก่ลัคนาที่ราศีกรกฎ (28_zodiac_cancer) ถึงพระเกตุ (๙) ที่กุมลัคนาและเป็นวรโคตรนวางค์เกาะนักษัตรปุนรวสุ อาณาเขตเพชฌฆาตแห่งฤกษ์ พร้อมด้วยดาวพลูโต (พ) ภาษาโหรเรียกว่า “หัวมังกุ ท้ายมังกร” ชนะไหนเข้าด้วยช่วยกระพือ โดยมีดาวพลูโต (พ) ในตำแหน่งที่นวางค์จักรเป็นมหาจักรในราศีมังกร ราหูในนวางค์จักรจึงส่ง
60 ดวงประกาศิต
เกณฑ์ 4 ถึงดาวพลูโต (พ) ในนวางค์จักรด้วย จึงแสดงอิทธิพลให้เห็นว่า เกริกเกียรติฯ มีความคิดยิ่งใหญ่เพื่อให้ธนาคารบีบีซีโด่งดัง
     ผู้เขียนขอให้ข้อสังเกตว่า ธนาคารกรุงเทพพาณิชยการหรือบีบีซี (เปิดดำเนินกิจการเมื่อ 17 พ.ย-2487) มีสัญลักษณ์ประจำธนาคารเป็นรูปสตางค์แดงขอบเหรียญเป็นรูปกงจักร ในทางคณิตศาสตร์หน่วยสตางค์ไม่มีคุณค่าแม้จะนอกหลักโหราศาสตร์ก็ถือเป็นความอาเพศชนิดหนึ่งที่ทำธุรกรรมทางการเงินใหญ่โตระดับชาติ แต่สัญลักษณ์เป็นหน่วยสตางค์ต่ำต้อย และถูกเลิกใช้มานานแล้ว ตราสัญลักษณ์ยังไม่เปลี่ยนแปลงเหมือนธนาคารอื่นๆ เป็นไปได้หรือไม่ว่าตัวธนาคารเองก็บ่งบอกถึงอายุขัยที่จะจบลงสักวันหนึ่ง หรือเพราะ BBC มีรูปดวงชะตาของธนาคารเป็น “ชะตางูกินหาง” !
     เกริกเกียรติฯ มีดาวศุกร์ (๖) เป็นดาวมนตรีตามทักษา นอกจากอยู่กับคู่ศัตรูตามที่กล่าวมาแล้ว ดาวศุกร์ (๖) ยังอยู่ในนวางค์ดาวอาทิตย์ (๑) ซึ่งเป็นนวางค์กาลี และดาวศุกร์ (๖) ดับสนิทตั้งแต่ถือกำเนิดอยู่แล้ว จึงเรียกว่าเสียหลายชั้น ภาษาโหรเรียกว่า “ดาวไม่เสีย แต่เรือนเสีย” หมายความว่า ดาวอะไรที่มาสถิตเรือนนี้หรือเกาะนวางค์นี้ต้องเสียหมด แต่ดาวอาทิตย์ (๑) เจ้าเรือนราศีสิงห์เป็นตนุเศษ จึงได้ชื่อว่าเรือนเสียดาวไม่เสีย เพราะดาวอาทิตย์เป็นมหาจักรในดวงนวางค์จักร และยังได้ตำแหน่งไทยเกณฑ์ 2 ชั้น และเป็นไทยเกณฑ์ที่ได้จุดจอมฟ้า (เป็นสิบแก่ลัคนา) เจ้าชะตาจึงเด่นในทางชื่อเสียงเกียรติคุณในฐานะนายธนาคาร โดยเฉพาะดาวอาทิตย์คู่กับดาวพุธ (๑-๔/28_zodiac_aries) ที่ราศีเมษดวงเดิมเป็นคู่วิชาการ ดาวอาทิตย์กับดาวศุกร์ (๑-๖) เป็นคู่สมพล สำหรับดาวพุธ (๔) ไปสถิตราศีพิจิก (28_zodiac_scorpio) ในดวงนวางค์จักรกุมดาวมฤตยู ทำให้ความคิดความอ่านคิดแปลกแหวกแนว นอกลู่นอกทางในบางครั้ง โดยเฉพาะราศีพิจิก (28_zodiac_scorpio) เป็นธาตุน้ำถูกธาตุกับดาวพุธ (๔) ส่งมุมตรีโกณถึงดาวพฤหัสบดี (๕) ที่ราศีมีน (๕/28_zodiac_pisces) ดวงนวางค์จักร และเข้าหามุมแม่ธาตุน้ำที่ราศีกรกฎ ซึ่งมีพระเกตุ (๙) ดาวอาทิตย์ (๑) และดาวเนปจูน (น) ในดวงนวางค์จักร (๙-๑-น/28_zodiac_cancer) กลุ่มดาวทั้งหมดนี้เงินตราเป็นกลุ่มดาวแห่งความคิดสร้างสรรค์และฝันเฟื่อง แต่ทั้งนี้เกริกเกียรติฯ ได้รับอิทธิพลจากสตรีเหมือนไขลานอยู่เบื้องหลัง จะเห็นได้ว่าคราวที่ธนาคารแห่งนี้จัดการกับลูกหนี้กลับถูกลูกหนี้สอนมวย ถูกฟ้องกลับมีมูลค่ามากกว่าหนี้
     ในช่วงที่ธนาคารฯ มีปัญหา วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2539 อายุของเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ย่างเข้า 48 ปี หรือเรียกว่าครบ 4 รอบ อายุจรตามทักษา ดาวพุธ (๔) เป็นบริวารจรดาวอังคาร (๓) อายุเดิมเป็นกาลีจร จึงเท่ากับเกริกเกียรติฯ ถูกฆาตอัมพุภุมโม ดาวอังคาร (๓) เป็นเจ้าเรือนกัมมะทรงคุณเป็นเกษตร และยังเป็นวรโคตมนวางค์ ผู้เขียนจะขอชี้ให้เห็นว่าฆาตอัมพุภุมโมดังตามที่เรียกขานตามหลักโหราศาสตร์มีความร้ายแรงอย่างไร ตรีวัยจรมีพระราหู (๘) เป็นเจ้าของวัยกัมมะและมาจากเจ้าเรือนมรณะ เปรียบได้กับคำสั่งของพระยมยื่นดาบและยาพิษให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ด้วยหลักวิชาโหราศาสตร์ชั้นสูง ผู้เขียนได้วิเคราะห์ว่า เพราะเหตุใดธนาคารฯ ยังไม่ล้มทันที ก็เพราะว่าขณะนั้น ดวงกาลจักร-ลัคน์จร ของเกริกเกียรติฯ
สร้างป้อมปราการให้กับชะตาชีวิต โดยดูจากดวงกาลจักร-ลัคน์จร ที่แข็งแกร่งมาก ผู้เขียนขออนุญาตไม่อธิบายเพราะจะยืดยาวโดยใช่เหตุ แต่ก็ได้สร้างดวงกาลจักรมายืนยันให้ท่านผู้อ่านได้พิจารณา หากมีโอกาสจังหวะเหมาะ ผู้เขียนจะผ่าดวงธนาคารกรุงเทพพาณิชยการหรือ BBC นำเสนอท่านผู้อ่านในฉบับต่อไป
ดวงชะตาเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์
     นอกจากนั้นยังมีคดีความเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นระยะ แต่ผู้เขียนขอกล่าวถึงเหตุการณ์ครั้งล่าสุด ในวันที่ 11 มีนาคม 2552 ที่เพิ่งผ่านมา โดยศาลชั้นต้น (ศาลอาญากรุงเทพใต้) สั่งจำคุก 20 ปี ปรับ 3,000 ล้านบาท รวมกับคดีเก่าเป็นจำคุก 130 ปี ปรับ 20,000 ล้านบาท โดยคดียังไม่ถึงที่สุด เหตุการณ์ช่วงนี้ที่คดีความพิจารณามายาวนานหลายปี เพราะตรีวัยเดิมจรเข้าสู่วัยกาลีของเกริกเกียรติฯ ตั้งแต่อายุ 58 ปี 4 เดือน (ปัจจุบันอายุย่าง 60 ปี) ดังนั้น เกริกเกียรติฯ จะอยู่ในอาณัติของวัยกาลีนี้จนกว่าจะพ้นวัยจรเมื่ออายุ 66 ปี 8 เดือน แต่ผู้เขียนไม่ขอทำตัวเป็นผู้พิพากษาตัดสินคดี (เพราะไม่ใช่หน้าที่) แต่ตามหลักโหราศาสตร์ชะตาหญิงชายผู้ใดเข้าสู่วัยกาลีถือเป็นวัยเสื่อม แม้จะได้องค์เกณฑ์, อุดมเกณฑ์อย่างไรก็ตาม เมื่อดวงกำเนิดเดิมกาลีชาติให้โทษแรงดั่งเจ้าชะตานี้ ก็จะต้องแปรความหมายของความเสื่อมจากเรือนที่สถิต และเจ้าเรือนเดิมของดาวกาลีดวงนั้น ในฐานะนักโหราศาสตร์ ถึงแม้จะรู้ผลพยากรณ์ได้ แต่ยังขอไม่เขียนมา ณ ที่นี้ ด้วยมารยาทและจรรยาบรรณของโหรฯ
     แต่ด้วยดาวอาทิตย์ที่เป็นตนุเศษ แสดงความเป็นอหังการในความเป็นปรมัตถ์อุจตามหลักบุราณาจารย์ที่ท่านบัญญัติไว้ ในขณะที่ถูกศาลสั่งจำคุกก็ได้รับการประกันตัวออกมาให้เป็นอิสระ ด้วยมีดาวอาทิตย์ที่เป็นตนุเศษและปรมัตถ์อุจ ที่จะไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ ถ้ายังไม่จนตรอกหรือหมดทางสู้จริงๆ
     ผู้เขียนขอสรุปว่า มีดาวบางดวงที่ส่งผลอย่างร้ายแรงให้กับชะตานี้ และเป็นสมุฏฐานดังที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าหากเรารู้ล่วงหน้าก่อนที่จะเกิดเรื่อง ในทางโหราศาสตร์สามารถที่จะแก้ไขจากเรื่องที่หนักให้ผ่อนเป็นเบา ไม่ถึงกับเป็นปัญหาใหญ่โตดั่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันได้ เหมือนกับข้อเท็จจริงในธรรมชาติ ถ้าเรารู้พายุใหญ่จะมา เราก็จะมีวิธีการหลีกเลี่ยงแก้ไขไม่ให้พายุทำลายทั้งทรัพย์สินและชีวิตของเราได้ หรือพูดตรงๆ ว่าวิชาโหราศาสตร์ไทย ถ้าผู้มีความรู้จริงสามารถนำไปใช้กับบุคคลและสังคมให้เกิดประโยชน์ได้

28_chokchata_sun

 

ที่มา : วารสารดวงประกาศิต เล่มที่ 28 ปีที่ 3 ประจำเดือนเมษายน 2552.
คอลัมน์ "โชคชะตาฟ้าลิขิต : ดวงชะตาราเกซ สักเสนา " โดย เอกคุรุ ภูชี้ดาว และ ศ.อาศรม

วารสารดวงประกาศิต
บริษัท สำนักพิมพ์แพนสยาม จำกัด 64 ซอยพัฒนาการ 59 ถนนพัฒนาการ เขตประเวศ กทม 10250
โทร 0-2322-0291-99 แฟกซ์ 0-2322-0290
สงวนลิขสิทธิ์ทั้งหมด โดย...นิตยสารดวงประกาศิต!